หน้าแรก
ข้อมูลสุขภาพ
เว็บ สุขภาพ
ร้านอาหาร เพื่อสุขภาพ
เว็บ โรงพยาบาล
ตลาดน้ำวัดแสงศิริธรรม
ท่องเที่ยว วันหยุด
ท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์
ท่องเที่ยว เชิงนิเวศ
ท่องเที่ยว ข้อมูล อุทยานแห่งชาติ
 


ตลาดน้ำวัดแสงศิริธรรม

วัดแสงศิริธรรม หรือชื่อเดิมว่า "วัดขวิด" สร้างเมื่อ พ.ศ. 2327 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2334  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งขวาของแม่น้ำ ฝั่งตรงข้ามคือ เกาะเกร็ด แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ของย่านนนทบุรี วัดนี้จึงอยู่ในพื้นที่ที่สมบูรณ์อากาศดี นั่งกินอาหารบนแพริมน้ำ ไม่ต้องพึ่งพัดลม

อุโบสถหลังเก่า ดั้งเดิม บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2392 ลักษณะทรงไทยโบราณ กว้าง 8 เมตร ยาว 24 เมตร เครื่องบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องดินเผา อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างจะทรุดโทรม ควรแก่การบูรณะได้แล้ว คนไปเที่ยวตลาดน้ำกันมากที่วัด ก็มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้ผู้คน มาบริจาคปัจจัยบูรณะอุโบสถได้

ด้านหน้าซ้ายของอุโบสถ จะมีโต๊ะขายถังสังฆทาน และดอกไม้ ธูปเทียน ส่วนในอุโบสถก็มีพระสงฆ์ นั่งรอรับสังฆทาน และมีวัตถุมงคลหลวงพ่อดำ ให้เช่าบูชา

วัดขวิด หรือวัดแสงศิริธรรม ตั้งอยู่ท่ามกลางของชุมชน ที่มีความแตกต่างทั้งด้าน เชื้อชาติ วัฒนธรรม ประเพณีและการนับถือศาสนา กล่าวคือ จะมีชุมชน ชาวไทย - พุทธ , ชาวไทย - รามัญที่นับถือพุทธ ไทยอิสลาม แต่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสามารถประสานวัฒนธรรมกันได้อย่างกลมกลืน ทำให้เป็นชุมชนที่สงบ ร่มเย็น น่าศึกษา น่าไปท่องเที่ยวและที่สำคัญสำหรับผม คือ น่าไปหาอาหารอร่อยๆ กิน และตอนไปครั้งแรกผมเห็นกับตาตนเองเลยทีเดียว ว่าสาวไทยอิสลามลงไปในแพอาหาร และไปกินอาหารอิสลามที่มีขายในแพหน้าวัด กินเรียบร้อยแล้วเขาก็ไม่เดินอ้อมโบสถ์ คงเดินผ่านหน้าโบสถ์ไป ส่วนไทย-รามัญ นั้นแยกไม่ออก เพราะมองดูอย่างไรก็เป็นคนไทยไปหมดแล้ว

โบราณวัตถุที่สำคัญของวัด มีดังนี้

หลวงพ่อโต "พระพุทธศรีโรจนชัย"  สร้างเมื่อ พ.ศ. 2392 โดยการก่ออิฐ ฉาบปูน ลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 เมตรเศษ เป็นที่เคารพของชาวบ้าน และประชาชนทั่วไป อยู่ในสภาพที่งดงาม

ยังมีพระพุทธรูปอีก สององค์ ที่แกะสลักด้วยไม้ทรงประทับยืน ปางห้ามสมุทร และปางห้ามญาติ สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ไม่ทราบว่าสร้างเมื่อใด พ.ศ. ใด เพราะวัดก็สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เช่นกัน (2327)

หลวงพ่อดำ  เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ องค์พระหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 48 ซม. ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีเรื่องแปลกที่น่าสนใจ เชื่อกันว่าเป็นอภินิหารของหลวงพ่อดำ เกิดขึ้นถึง 3 ครั้ง คือ มีโจรมาขโมยหลวงพ่อดำ ซึ่งขนาดองค์ของท่านอุ้มสองคน เอาไปได้สบาย ๆ แต่เมื่อโจรกรรมไปแล้ว ผู้โจรกรรมก็ให้มีอันเป็นไป ต้องนำหลวงพ่อดำกลับคืนมาทุกครั้ง แถมยังเอากลับมาไว้ที่เดิม คือ หน้าองค์พระประธาน

ตลาดน้ำ หน้าวัดแสงศิริธรรม มีทุกวัน แต่ผมไม่เคยไปวันธรรมดา โดยมากผมไปวันอาทิตย์ คนมากสนุกดี แต่วันเสาร์คนมาเที่ยวน้อยกว่า รวมทั้งร้านอาหารในแพก็น้อยลงไปด้วย หากเป็นวันธรรมดาเอากันให้แน่ๆ หากจะไปก็โทรถามเขาดีกว่า แน่นอนดี  

ลักษณะของตลาดน้ำ ที่หน้าวัดแห่งนี้ เป็นเรือนแพ ไม่มีเรือแม่ค้ามาลอยลำขายอาหาร และสินค้าแบบตลาดน้ำวัดลำพญา แต่จะมีเรือไอศครีมอร่อย ที่เป็นเรือติดเครื่องหางยาว เรียกว่า ผู้บังคับเรือให้วิ่งฉวัดเฉวียนไปตามริมแพนั้น เป็นระดับลุง ไอศครีมอร่อย กินกันสองครั้ง ลุงบอกขึ้นมาเองว่า รายได้วันละ 200 บาท บอกต่อไปอีกว่า พอกินแล้ว ไม่ต้องพึ่งใคร เรือไอศครีมลุงมักมาหยุดจอดริมแพ ทางลงแพมีสองทาง ลงตรงหน้าโบสถ์ทางหนึ่ง ลงทางนี้ก็ลงแพไปเลย อีกทางหนึ่งลงเลยโบสถ์มาทางซ้ายนิดหนึ่ง แถบลานจอดรถ หากลงทางนี้ให้อาฆาตเอาไว้ก่อน หรือจะซื้อเสียเลย แล้วเดินไม่กี่ก้าวเพื่อเอาไปเก็บที่รถเสียทีหนึ่ง แล้วค่อยมาไต่ลงแพใหม่ ทางซ้ายของทางลงแพเส้นนี้ จะมีศาลาริมน้ำมีของขาย คือ เนื้อแดดเดียว  ที่ขอรับรองความอร่อย ไปทีไรแวะซื้อทุกที และเขาทำมาแต่ละวันไม่มากนัก ราคาขาย กิโลกรัมละ 240 บาท อร่อยคุ้มค่า สมราคา ติดกับเนื้อแดดเดียว ขายยาไทย เช่น ยาหม่อง ขวดละ 45 บาท สรรพคุณดี แผงตรงข้ามกับยาหม่องอร่อยควรซื้อ อีกอย่างหนึ่งคือ ปลาส้มกำนันจุล ร้านกำนันจุล นั้นต้องไปเพชรบูรณ์ ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ ประมาณ 20 กิโลเมตร ทั้งด้ายซ้าย และขวาของถนนที่จุดนี้ เป็นจุดเลี้ยวขวาหักศอกพอดี ร้านกำนันจุล ตั้งดักเอาไว้ทั้งคนที่จะไปและคนที่จะกลับ ผ่านมาทางนี้ ปลาส้มกำนันจุลบรรจุถุงเอาไว้สวยงาม และยังมีของอื่นๆ ขายอีก เช่น ผลไม้ และน้ำผลไม้ เรียกว่า ผ่านไปทีไร ได้เสียสตางค์ทุกทีไป แต่ที่ศาลาริมน้ำแห่งนี้ ปลาส้มใส่อ่างใบโตเอาไว้ ตักขายตามแต่จะสั่งซื้อ ปรากฎว่า ปลาส้มที่ซื้อมาจะเป็นกำนันจุลจริง หรือปลอมไม่ทราบอร่อยมาก รสคงจะทัดเทียมกับซื้อจากร้านกำนันจุล ที่วังชมพูเลยทีเดียว เวลาจะกินเอามาหลนกับกะทิกินกับผักสด หรือนำมาล้างเสียก่อน แล้วทอดใส่จาน แล้วโรยด้วยหอมซอย พริกขี้หนูสด บีบมะนาวลงไปอีกนิด แนมด้วยผักสด กินกับข้าวสวย หรือกินกับข้าวต้มในตอนเย็น ก็ดีไปอีกแบบหนึ่ง และติดกับกาละมังปลาส้ม ยังมีแผงขายผลไม้สด ที่มาจากสวนนนทบุรี เป็นผลไม้ตามฤดูกาล ราคาทั้งผลไม้และปาส้มไม่แพง

จากแผงในศาลาขายเนื้อแดดเดียว และปลาส้ม ทีนี้เดินลงแพได้แล้ว  หากเราลงแพโดยลงทางหน้าอุโบสถ จะมาผ่านทอดมันหน่อกะลา ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านจานเด็ด ของชาวเกาะเกร็ด แต่เวลาไปวันเสาร์ไม่เห็นออกมาขาย อาจจะขายเฉพาะวันอาทิตย์ก็ได้ ทอดมันหน่อกะลาเจ้านี้บอกว่า มาจากเกาะเกร็ดซึ่งที่เกาะเกร็ดนั้น มีหลายเจ้า เรียกว่าพอขึ้นจากท่าเรือ ก็เจอหน่อกะลาทอดเต็มไปเลยทีเดียว หน่อกะลานั้นต้นเหมือนกอข่า มีดอกสีแดง เอาแต่หน่อตรงโคนมาทำทอดมัน เรียกว่า ทอดมันหน่อกะลา เจ้าอร่อยที่เกาะเกร็ดนั้น ต้องเดินเลยวัดปรมัยยิกาวาส วัดที่อยู่ตรงท่าน้ำเลยเข้าไปถึงหน้าวัด ตรงท่าน้ำอีกท่าหนึ่งของเกาะเกร็ด ส่วนที่แพท่าน้ำวัดขวิดนี้ อยู่แพหลังที่สองจากซ้าย และในแพหลังนี้ยังมีอร่อยอีกคือ กาแฟโบราณ ส่วนกาแฟอีกร้านหนึ่งอยู่ทางแพหลังขวาสุด  แต่พอซื้อมาชิมแล้ว สงสัยว่าสะกดผิดหรือเปล่า เพราะเกรงว่าจะไม่ใช่ที่ถนนพาดสาย เลยจากทอดมันหน่อกะลาไปนิด แพหลังเดียวกันก็มี หมูสะเต๊ะ ขนมปังปิ้งอร่อยใช้ได้ อาหารบนแพนั้น หากเราหาที่นั่งได้ เช่น ตระเวนทั่วแล้วผ่านร้านก็สั่งเขาเลย บอกว่าเราจะไปนั่งที่ไหนเขาก็จะเอาส่งให้ ไม่ต้องให้เรายืนคอย อาหารเขาใส่กระทงมาให้ บางร้านก็ใส่จานมาให้ จ่ายสตางค์กันตอนเขาเอาอาหารมาส่ง ในแพเดียวกันนี้ยังมีขนมไทย ของคุณยายอีกเจ้าหนึ่ง เช่น ขนมถ้วย ขนมฟักทอง ให้คะแนนขั้นดี

กลับมาแพหลังซ้ายสุด ที่เหมาแพทั้งหลังเอาไว้ก็ลงทางซ้ายสุด ทางที่ผ่านหน้าศาลาขายเนื้อแดดเดียว มีโต๊ะตั้งอยู่หลายตัว บรรยากาศแจ่มแจ๋วมองข้ามแม่น้ำไป จะมองเห็นเกาะเกร็ด จะเห็นเรือนำเที่ยวรอบเกาะเกร็ด ซึ่งเมื่อตอนไปเกาะเกร็ดนั่งเรือรอบเกาะ ก็มองเห็นตลาดน้ำหน้าวัดแสงศิริธรรม อยู่คนละฝั่ง และหากจะลงเรือไปเที่ยวรอบเกาะเกร็ด และไปคลองขนมหวาน ที่แพตลาดน้ำแห่งนี้ มีเรือพาเที่ยว

วันที่ไปเที่ยวเป็นวันอาทิตย์ เห็นเขามีข้าวแกงขายด้วย มีแกงส้มชะอม ปลาทอดผักกระเฉด สั่งแล้วให้เขาอุ่นให้เอามาซดร้อนๆ พะโล้ ไข่ หมู เต้าหู้ ู่ สั่งผัดเผ็ดปลากรายเหนียวหนึบเผ็ดอร่อย และนึกไม่ถึงว่าจะมีอาหารตามสั่งอร่อยๆ  เพราะเห็นใครลงมาก็รี่เข้าไปหาถาดอาหารสำเร็จรูป หรือไม่งั้นก็ไปชี้เอาที่แผงข้าวขวามือ สั่งไก่ย่าง  ปีกไก่ หรือ ไม่ก็สั่งก๋วยเตี๋ยว

วันหลังไปวันเสาร์ กับข้าวในถาดไม่มีคราวนี้รู้หลัก เพราะเขาบอกว่า หากกินกุ้งย่างโทรสั่งก่อนได้ วันแรกที่ไปเขาเอากุ้งแม่น้ำใส่กระชังไว้ในแม่น้ำสดๆ แต่พอสั่งกุ้งเผาเขาบอกว่า จองกันหมดแล้ว พอไปคราวหลังโทรจองไปบอกว่า เอากุ้งเผา หนึ่ง กิโลกรัม และทำกุ้งต้มยำอีก ครึ่ง กิโลกรัม กุ้งแม่น้ำตัวโตพอสมควรราคา กิโลกรัมละ 500 บาท ถือว่าไม่แพง สั่งมาชิม ดังนี้

กุ้งเผา หนึ่ง กิโลกรัม
น้ำจิ้มแซ๊บ ยอมมือเปื้อนแกะเปลือกกุ้ง  เอามันกุ้งคลุกข้าว เหยาะน้ำปลาพริกนิดหนึ่ง ตักเข้าปากแล้ว ซดต้มยำกุ้งตามไปให้คล่องคอ
ต้มยำกุ้ง
รสดี ไม่ถึงขั้นเลิศ ต้มยำปลาเคยสั่งรสแซ๊บถูกใจ
ทอดมันปลากราย
ชิ้นโต เหนียวหนึบ เคี้ยวหนุบหนับ จานนี้ 60 บาท มี 7 ชิ้นใหญ่ๆ
ปลากะพงสามรส หรือปลาเก๋า ปลาทับทิม
ปลาที่เขามีอย่าข้ามปลาสามรสของเขาไปเป็นอันขาด เพราะทอดปลาได้เก่งมาก รสออกมาสามรสจริงๆ
ส้มตำ
เห็นส่วนใหญ่ท่าทางชาวบ้าน เป็นเจ้าประจำกันเวลามานั่ง และแต่ละกลุ่มจะมากันหลายๆ คน เขาจะสั่งส้มตำ ปีกไก่ย่าง ก๋วยเตี๋ยว เลยลองสั่งส้มตำมาชิมไม่ผิดหวัง

ปิดท้าย ด้วยการเดินไปสั่งขนมยายมาชิม และพอดีเรือไอศครีมมาพอดี จัดการเสียไอศครีมลุง หวานมัน ใส่ข้าวเหนียว ถ้วยละ 10 บาท แถวถ้วยกลับบ้าน ได้ด้วย

รายละเอียดเกี่ยวกับตลาดน้ำวัดแสงศิริธรรม

ที่ตั้ง : ถนนรัตนาธิเบศ นนทบุรี
เปิดทุกวัน 8.00 - 17.00 น.
ที่จอดรถ : ลานวัดกว้างขวางพอที่จะจอดรถได้ มากมายหลายสิบคัน
   
การเดินทาง :
รถยนต์ส่วนตัว ถ้าเริ่มต้นสี่แยกเกษตรศาสตร์ แล้วเลี้ยวเข้าถนนงามวงศ์วาน วิ่งตรงเรื่อยไปจนข้ามสะพานที่ข้ามถนนวิภาวดีรังสิต แล้วข้ามทางรถไฟ วิ่งต่อไปจนข้ามสะพานพระนั่งเกล้า สะพานที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงต่อไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ ประมาณ 1 กิโลเมตร จะผ่านปั๊มน้ำมันเอสโซ่ หากเงยหน้าขึ้นมองจะเห็นป้ายใหญ่ เป็นป้ายโครงการมณียาเพลส ตรงนี้เป็นสี่แยกน้อยๆ แต่เขากั้นกำแพงเอาไว้รถจึงเลี้ยวขวา ตรงนี้ไม่ได้ หากเลี้ยวขวาได้ก็จะเข้าเส้นทาง ที่จะไปยังตลาดน้ำวัดแสงศิริธรรม เมื่อเลี้ยวไม่ได้ให้ตรงต่อไปอีกหน่อย จะถึงสะพานกลับรถ กลับรถแล้วก็วิ่งย้อนกลับมาหาสี่แยกน้อยๆ ก่อนถึงสี่แยกจะเห็นทางซ้ายมือ มีป้าย "มัสยิดท่าอิฐ"  ปักอยู่ริมทาง อีกป้ายเป็นป้ายของโรงเรียนอนุบาลมณียา พอเลยป้ายโรงเรียนอนุบาลก็ให้เลี้ยวซ้าย ทีนี้จะพบป้ายวัดแสงศิริธรรม อยู่ทางซ้าย ให้ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปตามถนนแคบๆ สายนี้ ถนนโค้งทางไหนก็โค้งด้วย อย่าเผลอเลี้ยวออกนอกทางก็แล้วกัน วิ่งไปเป็นระยะทางประมาณ 3.6 กิโลเมตร ก็จะถึงลานวัดแสงศิริธรรม

เรือ หากนึกสนุกขึ้นมาจอดรถทิ้งไว้ แถวปากเกร็ดแล้วลงเรือ จากท่าเรือปากเกร็ดมาก็ได้ 15 นาที ก็ถึง


สอบถามรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2962-5391 และ 0-2584-4778
แผนที่ตลาดน้ำวัดแสงศิริธรรม
 
       
    แหล่งข้อมูล : www.tv5.co.th และ www.thaimtb.com  
   
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
 
เกาะเกร็ด
 
ตลาดบ้านใหม่
 
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
 
ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี
 
ตลาดน้ำวัดไทร
 
   
 
 
Copyright © 2007 - 2009 by yourhealthyguide.com All rights reserved.