หน้าแรก
ข้อมูลสุขภาพ
เว็บ สุขภาพ
ร้านอาหาร เพื่อสุขภาพ
เว็บ โรงพยาบาล
(คุณคิดว่า) คุณเป็นโรคนอนไม่หลับ
ข้อมูลสุขภาพ
สุขภาพใจ สุขภาพจิต
โรคหัวใจ
โรคมะเร็ง
เบาหวาน
โคเลสเตอรอล
ไต
สุภาพสตรี
ผู้สูงอายุ
กระดูกและข้อ
ฟัน
โรคอ้วน
เฉพาะด้านอื่นๆ
สารอาหาร
ทั่วไป
 
คืนนี้ เมื่อถึงเวลาปิดไฟเข้านอน คุณจะหลับไปอย่างสบาย หรือว่าคุณจะนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด รอให้ความง่วงมาเยือนก็ไม่มาสักที เหมือนคนอีกจำนวนมาก ที่มีปัญหาความขัดแย้ง ความผิดหวัง ทำให้ไม่สามารถข่มตาหลับลงไปได้ แต่คุณไม่จำเป็นต้องมีปัญหา คุณก็นอนไม่หลับได้เหมือนกัน มีโรคหลายชนิด ที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หรือบางทีตั้งใจจะนอนหลับมากเกินไป ก็ทำให้พาลนอนไม่หลับไปเลยได้ แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้ ใครๆ พูดถึงเรื่องการนอนหลับว่า สำคัญกับร่างกายเพียงไหน จะให้สมองไว ทำงานคล่อง หรือหน้าตาสดใสสวยงาม ต้องพึ่งการนอนหลับทั้งสิ้น พอเกิดอาการนอนไม่หลับขึ้นมา เราก็เลยกลัดกลุ้ม หาทางแก้ปัญหากันเป็นการใหญ่ บางคนว่าก่อนนอนให้อาบน้ำอุ่น กินน้ำผึ้ง เล่นโยคะ รู้สึกว่าได้ผลบ้าง ไม่ได้บ้าง ต่างๆ กันไป วิธีเหล่านี้ ยังพออนุโลมให้ลองกันได้ แต่ที่ร้ายก็คือ พวกที่ใช้วิธีกินยานอนหลับ ทั้งที่เราได้ยินกันมานานแล้วว่า ยานอนหลับนั้นมีโทษต่อร่างกาย และบางอย่างอาจกลายเป็นยาเสพติด ถ้าจะใช้ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ แต่ก็ยังมีคนซื้อกินกันเองอยู่ รู้กันหรือไม่ก็ไม่ทราบว่า ยิ่งกินมากก็ยิ่งหายจากอาการนอนไม่หลับยากขึ้นเท่านั้น ที่นี้ถ้าเราอยากจะหายจากอาการนี้ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ แก้ความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการนอนหลับเสียก่อน

ทุกคนต้องนอนให้ได้อย่างน้อยคืนละ 8 ชั่วโมง (ผิด)

ที่จริงแล้ว ผู้ใหญ่ที่สุขภาพปกติ ความต้องการนอนหลับมีได้ตั้งแต่ 5-10 ชั่วโมง คือในจำนวน 100 คน 1 คน จะต้องการเพียงคืนละ 5 ชั่วโมง และอีก 1 คน จะต้องการถึง 10 ชั่วโมง แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะต้องการนอน 7 1/2 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า ที่เหลืออีก 98 คนนั้น ครึ่งหนึ่งต้องการมากกว่า 7 1/2 ชั่วโมง และอีกครึ่งหนึ่งก็น้อยกว่านั้น คุณอาจจะต้องการมากกว่า หรือน้อยกว่านี้ก็ได้ แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องนอนอย่างต่ำคืนละ 8 ชั่วโมง เสมอไป

คนที่นอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อคืน จะสุขภาพไม่ดี...(ผิด)

ถ้าคุณเข้าใจเช่นนี้ คุณก็จะแปลกใจว่า ทำไมบางคนที่นอนไม่กี่ชั่วโมง ก็ตื่นขึ้นมาสดใสกระปรี้กระเปร่าดี และอันที่จริงในการวิจัยผลปรากฏว่า คนที่ต้องการน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน มักจะสุขภาพจิตดีทำงานมีประสิทธิภาพ เป็นคนเปิดเผยหนักแน่นและมั่นใจตนเอง ส่วนพวกที่ต้องนอนอย่างน้อยคืนละ 9 ชั่วโมง กลับเป็นพวกที่ขี้กังวล ขาดความอบอุ่น ไม่พอใจชีวิต เจ้าทุกข์ และไม่กล้าตัดสินใจด้วยตนเอง แต่ถ้าหากว่าคุณรู้ว่า ความต้องการนอนของคุณอยู่ในระดับใด แล้วยังฝืนนอนน้อยกว่านั้นไปเรื่อยๆ คุณก็มีโอกาสจะสุขภาพไม่ดีอยู่มากทีเดียว

มีระยะเวลาหลับนอนที่พอดีสำหรับทุกคน...(ถูก)

ทุกคนควรจะรู้ว่า ตนเองต้องการนอนหลับให้ได้ คืนละกี่ชั่วโมง วิธีดูว่า คุณนอนหลับอย่างเพียงพอหรือเปล่าก็คือ ให้สำรวจดูว่า คุณรู้สึกอย่างไร เมื่อตื่นขึ้นมาถ้าคุณรู้สึกสดชื่น พร้อมที่จะเริ่มวันใหม่ก็แปลว่า จำนวนชั่วโมงที่หลับไปนั้น พอดีสำหรับคุณแล้ว

อินซอมเนีย หรือโรคนอนไม่หลับเป็นผลมาจากอาการจิตเท่านั้น...(ผิด)

ในการสัมมนาทางการแพทย์ ครั้งหนึ่งที่นิวยอร์ค ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันทางการแพทย์อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ได้ร่วมกันรายงานว่า โรคหืด โรคข้ออักเสบ โรคไมเกรน (ปวดศีรษะข้างเดียว) โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคชักกระตุก ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่ปกติ โรคหัวใจพิการ โรคพิษสุราเรื้อรัง และการติดยาเสพติดต่างๆ สามารถทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้ โดยที่ไม่เกี่ยวกับอาการทางจิตใดๆ นอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่อหน้าต่อตาคุณ ร่างกายยังมีการผลิตฮอร์โมนบางอย่างขึ้น เพื่อป้องกันมิให้หลับไปได้อีกด้วย เป็นเรื่องแน่นอนว่า ถ้ามีเสืออยู่ในห้องคุณสักตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเสือจริง หรือจินตนาการขึ้นมา ฮอร์โมนนี้ก็จะออกมาทำหน้าที่ป้องกัน มิให้คุณหลับได้อย่างชะงัดที่สุด

การนอนหลับมากเกินไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพ...(ถูก)

คนที่นอนคืนละ 9-10 ชั่วโมง ตามสถิติมีแนวโน้ม ที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ หรือเป็นลมง่ายกว่าคนที่นอนน้อย นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า พวกที่ชอบนอนตื่นสาย เมื่อตื่นขึ้นมักจะรู้สึกเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่เบิกบาน ขี้เกียจ เฉื่อยชาและเซื่องซึม ด้วยการนอนมากเกินไปหรือน้อยเกินไป จึงมีผลเสียต่อสุขภาพด้วยกันทั้งคู่ ว่ากันที่จริงแล้ว เราวิตกกังวลเกี่ยวกับการนอนหลับมากเกินไป ถ้าเรารู้จักสังเกตว่า ร่างกายบอกเราอย่างไรว่า ถึงเวลานอนแล้ว และเราก็เอาใจเสียหน่อย โดยทำตามสัญญาณเหล่านั้น ก็จะไม่มีปัญหา แต่ส่วนใหญ่เราจะไม่สนใจ หรือต้านทานเอาไว้ เพราะอยากจะเอาเวลานั้นไปทำอย่างอื่น จนระบบของร่างกายไม่สม่ำเสมอ ถึงเวลาที่ควรจะนอนก็กลับไม่ง่วง แล้วเราก็คิดว่าเราเป็นโรคนอนไม่หลับ ดังนั้นการแก้ปัญหานี้จึงต้องเริ่มจาก การแก้นิสัยต่างๆ ที่ไม่ดีให้หมด วิธีต่างๆ เหล่านี้ได้รับการทดสอบและได้ผลมาแล้ว

 
1.
  ไปตรวจสุขภาพให้แน่ใจว่า ไม่มีโรคอะไรที่เป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับ หรือรู้สึกอ่อนเพลียทั้งวัน เล่าให้หมอฟังว่า ชีวิตประจำวันคุณเป็นอย่างไร มียาประจำตัวอะไรบ้าง อาหารที่รับประทานในแต่ละวัน รวมไปถึงสภาพจิตใจด้วย เพื่อช่วยในการค้นหาสาเหตุภายนอก แต่ถ้าพอคุณบอกว่านอนไม่หลับ หมอก็สั่งยานอนหลับให้ทันที คุณก็ควรเลิกไปหาหมอคนนั้นได้เลย เพราะนั่นมิใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี คุณควรจะลืมยานอนหลับเสีย เพราะยานี้จะเข้าไปขัดจังหวะของ ระบบการทำงานในร่างกาย โดยเฉพาะถ้ากินเป็นประจำด้วย
 
2.
  ถ้าเกิดเป็นโรคนอนไม่หลับ ชั่วคราวขึ้นมาก็อย่าตกใจ บางคนกลัวว่าจะนอนไม่หลับ เลยพาลหลับไม่ลงไปจริงๆ
 
3.
  ให้ความสำคัญกับระบบการนอนของตัวเอง พยายามเลี่ยงงาน ที่จะต้องอดตาหลับขับตานอน ทำในเวลากลางคืน สังเกตให้รู้ว่า ช่วงไหนที่หลับง่ายที่สุด แล้วจงเชื่อฟังร่างกาย และเข้านอนในเวลานั้น
 
4.
  หาอะไรทำก่อนนอน ให้เหมือนกันจนเป็นนิสัย เพื่อเป็นสัญญาณให้ร่างกายเริ่มผ่อนคลาย คุณพ่อบ้านคนหนึ่งทุกคนก่อนนอน จะต้องเดินสำรวจประตูหน้าต่าง ว่าปิดเรียบร้อยหรือยัง วันหนึ่งคุณแม่บ้านก็บอกว่า ไม่ต้องดูหรอก เสียเวลาเปล่าๆ ไปนอนดีกว่า คุณพ่อบ้านว่าง่ายก็ขึ้นไปนอน ผลก็คือ คุณพ่อบ้านนอนไม่หลับไปครึ่งคืน ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะการเดินสำรวจ ที่ทำจนเป็นนิสัยนั้น เป็นการบอกร่างกายว่า "ถึงเวลานอนแล้วนะ" วิธีหนึ่งสามารถช่วยให้เกิดความง่วงได้ ดังนั้นถ้าคุณมีความเคยชินก่อนนอนอย่างไร ก็อย่าเปลี่ยนไปเสีย หรือถ้ายังไม่จะลองมีดูก็ได้
 
5.
  ไม่ควรออกกำลังกาย หรือกินอาหารหนักๆ ก่อนนอน เพราะทั้งสองอย่างนี้ จะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถผ่อนคลายพอ ที่จะเกิดความง่วงขึ้นมาได้
 
6.
  ถ้าวันไหนนอนดึก อย่างีบเพื่อทดแทนในวันรุ่งขึ้น การงีบนี้มี 2 ชนิด การหลับช่วงสั้นๆ สัก 15-20 นาที นานๆ ครั้ง ให้รู้สึกสดชื่นนั้นดี แต่การหลับสนิทตอนกลางวัน เป็นเวลานานๆ เพื่อทดแทน 2-3 ชั่วโมง ที่ขาดไปเมื่อคืนก่อนนั้น มีแต่ผลเสีย ตื่นขึ้นมาก็มีแต่จะรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม ทั้งยังเป็นการขัดจังหวะ การทำงานของร่างกายมากขึ้นอีก ดังนั้นถ้าอดนอนเมื่อคืนก่อน คุณควรจะกัดฟันทนไป จนกว่าจะถึงเวลานอนตามปกติ
 
7.
  ถ้ายังไม่ง่วงนอนพอที่จะหลับ อย่าล้มตัวลงนอน พวกนอนไม่หลับ ที่พยายามจะข่มตาไป สู้กับความคิดตัวเองไปอยู่บนเตียงนั้น ในที่สุดจะเห็นเตียง เป็นเครื่องหมายของความทรมานไป
 
8.
  ข้อนี้ ถ้าคุณเป็นคนโรแมนติค คุณคงไม่อยากทำ แต่ถ้าคุณแต่งงานแล้ว และคุณนอนไม่หลับ ควรลองแยกเตียงกันนอน
 
9.
  ห้องนอนควรจะเงียบสนิทและมืดจริงๆ
 
10.
  แต่สำหรับบางคน เสียงที่ดังสม่ำเสมอกันตลอดเวลา เช่น เสียงเครื่องปรับอากาศ ช่วยกล่อมให้ง่วงได้ดี ส่วนเสียงที่ดังแล้วหยุดๆ สลับกัน เช่น น้ำก๊อกหยดติ๋งๆ เสียงลานนาฬิกา ทำให้ตาสว่างได้ชะงัดทีเดียว
 
11.
  ระวังอย่ารับประทานช็อคโกแลต ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มประเภทโคล่ามากเกินไป เพราะล้วนแต่มีสารคาเฟอีน ซึ่งมีผลกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว
 
12.
  เลือกเตียงและฟูกให้ดี อย่าให้แข็งหรือนุ่มเกินไป
 
13.
  เพลาๆ ไว้บ้างถ้าคุณดื่มจัด ถึงเหล้าจะมีฤทธิ์ทำให้ง่วง แต่ก็เป็นการหลับที่ไม่สนิทสบายไปได้
 
14.
  อย่าขบปัญหาบนเตียงนอน ให้คิดเรื่องเบาสมอง หรือวาดภาพในอากาศ อาจจะนับเลข หรือสิ่งของไปเรื่อยๆ คิดโครงเรื่องนวนิยาย นึกถึงวันที่คุณมีความสุขสักวัน อย่างละเอียดที่สุด ทุกอย่างนี้ จะช่วยให้คุณเบนความคิดไป จากความวิตกกังวล ที่จะทำให้นอนไม่หลับ
 
15.
  หมอนก็เป็นเรื่องที่ต้องระวัง หมอนที่ดีต้องยกศีรษะขึ้นมา ให้ได้ระดับกับไหล่ไม่ว่าจะอ่อนนุ่ม หรือแน่นแข็งก็ตาม แล้วใครที่ม้วนผมนอนล่ะก็ อย่าลืมใช้โรล์ม้วนผมที่เป็นฟองน้ำนิ่มๆ ด้วย
 
16.
  ลืมคำว่า "ยานอนหลับ" เสีย รวมทั้งยากล่อมประสาท ยาระงับประสาททั้งหลายด้วย ยาเหล่านี้ทำให้คุณชา เฉื่อยและซึม ถ้าใช้จนร่างกายคุณชินกับมันแล้วก็ จะขาดมันไม่ได้ ทีนี้การนอนหลับเอง ก็เป็นเรื่องยากลำบาก
 
17.
  เลิกนับเสียทีว่า คุณนอนไปกี่ชั่วโมงเมื่อคืน แล้วหันมาเอาใจใส่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ในแต่ละวันบ้าง ชีวิตนั้นน่าตื่นเต้น เกินกว่าจะเสียเวลากับการนอนหลับ เชื่อไหมว่า คนที่อยากเป็นโรคนอนไม่หลับก็มีน่ะ
 
       
    แหล่งข้อมูล : www.ku.ac.th/e-magazine - นิตยสารเกษตรศาสตร์ ฉบับที่ 25 กรกฎาคม 2545  
   
ข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
 
ลมพิษ
 
นอนไม่หลับ
 
เมื่อเกิดอาการนอนไม่หลับ
 
โรคกลิ่นตัวเหม็น (Primary Trimethylaminuria)
 
   
 
 
Copyright © 2007 - 2009 by yourhealthyguide.com All rights reserved.